นักลงทุนสัมพันธ์

เรียน ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและเพื่อนร่วมงานทุกท่าน:

ในปี พ.ศ. 2559 เรากลับมามีผลงานที่มั่นคง แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายอันมากมายในตลาดโลก ด้วยรูปแบบธุรกิจของเราที่ขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยกับลูกค้า และวิธีการจัดการที่สมดุลเพื่อความเติบโตนั้นยังคงทำงานได้ดีสำหรับเควกเกอร์

ความสำเร็จประการหนึ่งของเราคือ การที่เรายังคงสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ในปี 2559 เราได้เพิ่มส่วนแบ่งในตลาดหลักของเรา ตลอดทั้งปีเราได้สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และงบดุลของเรามีฐานะเงินสดสุทธิเมื่อถึงสิ้นปีถึงแม้จะมีการซื้อกิจการ 12 ครั้งตั้งแต่ปี 2553

ปี 2559 เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกันของเควกเกอร์ในการทำสถิติใหม่จากรายได้ non-GAAP และ adjusted EBITDA รายได้ non-GAAP ต่อหุ้นปรับลดได้เพิ่มขึ้น 4% เป็น 4.60 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับ 4.43 ดอลลาร์ในปี 2558 และรายได้ adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 5% เป็น 106.6 ล้านเมื่อเทียบกับ 101.6 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 ถึงแม้ว่ารายได้จะได้รับผลกระทบด้านลบจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 4% ยอดขาย 746.7 ล้านดอลลาร์เกิดขึ้นได้โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า เช่นเดียวกับการแปลงสกุลเงินของโลกที่ส่งผลลบต่อค่าเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ จากกระแสเงินสดสุทธิจากสำหรับการดำเนินงานที่ 73.8 ล้านดอลลาร์ เควกเกอร์มีเงินสดมากกว่าหนี้สินและงบดุลของเรายังคงแข็งแกร่ง สิ่งนี้ทำให้เรามีความสามารถในการสนับสนุนโครงการเพื่อการเติบโตในอนาคตทั้งการซื้อกิจการ และการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา

การสร้างมูลค่าสำหรับผู้ถือหุ้น ผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นรวมในปี 2559 เท่ากับ 68% ราคาหุ้นเฉลี่ยปี 2559 ของเราเพิ่มขึ้นเป็น 94.7 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับเควกเกอร์นั่นคือเพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับ 83.3 ดอลลาร์ในปี 2558 นอกจากนี้เรายังได้เพิ่มการจ่ายเงินปันผลในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้เควกเกอร์ได้รักษาหรือเพิ่มการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นของเราได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 45 เราได้ใช้แนวทางที่สมดุลในการจัดสรรเงินสด โดยการประเมินการเข้าซื้อกิจการ การจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน สิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดต่อเราคือ การเข้าซื้อกิจการที่เติบโตและเสริมสร้างธุรกิจของเราเพราะเราเชื่อว่านี่เป็นแหล่งสร้างมูลค่าที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามหากโอกาสในการเข้าซื้อกิจการไม่เกิดขึ้น การจ่ายเงินปันผลและโครงการซื้อคืนหุ้นของเควกเกอร์ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในอันดับต่อไปที่จะใช้เงินสดที่มีอยู่เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ในปี 2559 เราซื้อหุ้นเกือบ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในราคาเฉลี่ยประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ในปี พ.ศ. 2559 เควกเกอร์ยังคงได้รับประโยชน์จากโครงการปรับโครงสร้างทางการเงินในปี พ.ศ. 2558 และโครงการปรับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ลดค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารทั่วไป (SG&A) เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมีวินัยในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของเรา

การใช้วิธีการปรับสมดุลเพื่อการเติบโต ในปี พ.ศ. 2559 เควกเกอร์เผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก รวมทั้งการเติบโตที่ช้าลงในประเทศจีนและเศรษฐกิจที่อ่อนแอในประเทศบราซิล นอกจากนี้การเติบโตระดับโลกในการผลิตเหล็กซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเรายังไม่เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2559 เพื่อจะชดเชยภาระในเชิงลบเหล่านี้ เราได้ใช้วิธีการที่สมดุลและใช้หลายแนวทางในการสร้างความเจริญเติบโต ซึ่งนำมาใช้กับทรัพยากรที่ได้รับการพัฒนาทางด้านต่างๆ ซึ่งช่วยให้เราสามารถก้าวล่วงอัตราการเติบโตของตลาดทั่วไปได้ กลยุทธ์ของเรารวมถึงการวางตำแหน่งที่ดีในตลาดที่กำลังเติบโต การเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดของเรา และการเข้าถือหุ้นใหม่ ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นการใช้ประโยชน์จากการซื้อกิจการที่เราได้ทำไปแล้ว ทั้งหมดนี้ร่วมกันช่วยให้เราสร้างรายได้ และทำผลงานได้ดีใน ปี พ.ศ. 2559 แม้ในขณะที่อุตสาหกรรมของภูมิภาคหรือกลุ่มลูกค้ากำลังประสบกับภาวะชะลอตัวก็ตาม

เมื่อปลายปีที่แล้ว เควกเกอร์ได้ซื้อกิจการ Lubricor Inc. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์แปรรูปโลหะของประเทศแคนาดา ฐานลูกค้าของ Lubricor จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อตำแหน่งของเราที่มีต่อซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ ในเวลาเดียวกันการซื้อกิจการทำให้เควกเกอร์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้จากที่อื่น นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2559 เรายังคงได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้จากการซื้อกิจการของเราทางด้านจาระบีชนิดพิเศษ อลูมิเนียมรีดร้อน งานหล่อไดแคสติ้ง การสร้างฟิล์มป้องกันหรือพาสซิเวชั่น และการเคลือบแผ่นโลหะด้วยดีบุก แม้ว่าการใช้งานกระบวนการเหล่านี้จะต้องใช้เวลาและยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เราก็เริ่มตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ฐานลูกค้าที่มีอยู่ และผลงานในการขยายธุรกิจเหล่านี้ในระดับโลก

เมื่อสี่ปีที่ผ่านมา เควกเกอร์ได้ซื้อธุรกิจขนาดย่อมที่ค่อนข้างเล็กแต่มีเทคโนโลยีการชุบด้วยโลหะดีบุก และความชำนาญในการประยุกต์ใช้ดีบุก ในช่วงที่ซื้อกิจการมาธุรกิจนี้ได้รับสัญญาจ้างในการใช้งานผลิตแผ่นชุบดีบุกสี่ไลน์ และได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ผลิตได้มากกว่าคู่แข่ง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเควกเกอร์สมาชิกในทีมพบว่าศักยภาพของการรับรู้แบรนด์และรูปแบบธุรกิจของเราทำให้ความได้เปรียบด้านการแข่งขันของตนเองดีขึ้น และทำให้สามารถเอาชนะทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น ในตอนนี้การควบรวมกิจการครั้งนี้ได้รับการผนวกเข้ากับเควกเกอร์อย่างเต็มที่แล้ว เราจึงสร้างส่วนแบ่งการตลาดในการชุบดีบุก เมื่อถึงปี 2559 เควกเกอร์ได้แปลงไลน์ชุบดีบุก 16 ไลน์ และมีกำหนดการอีก 5 ไลน์ในปี พ.ศ. 2560 รวมเป็น 21 ไลน์ เราเชื่อว่าเราสามารถเติบโตในตลาดนี้ได้ทั่วโลก/p>

การลงทุนขององค์กรเรา ในปี 2014 เควกเกอร์ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องกับการพัฒนาบุคลากรที่มีความมุ่งมั่น เชี่ยวชาญ และประจำการมานานกับบริษัทซึ่งเป็นจุดแข็งของความสำเร็จของเรา เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาผุ้ร่วมงาน และส่งเสริมเขาไปสู่งตำแหน่งสำคัญ ในขณะเดียวกันกับการนำผู้มีความสามารถใหม่เข้ามาเสริมสร้างองค์กร เควกเกอร์มีบุคลากรเพิ่มขึ้นถึง 55 % ในห้าปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของทีมงานในภูมิภาคต่าง ๆ และรวมไปถึงการควบรวมกิจการ ได้ทำให้เราเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งมากขึ้น

จากการซื้อกิจการผู้ผลิตจาระบีแบบพิเศษในปี 2558 เราได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้เควกเกอร์ในตลาดที่มีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2559 เรามีความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมซึ่งคือ การที่เราได้รับสัญญาการประมูลน้ำมันหล่อลื่นของลูกค้าผู้ผลิตเหล็กขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ การเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายรายสำคัญรายอื่น และการเข้าสู่กลุ่มอลูมิเนียมรีดร้อนในประเทศจีนด้วยการชนะสัญญาทางธุรกิจที่โรงงาน 4 แห่ง เรายังคงครองส่วนแบ่งสำคัญของธุรกิจทั่วโลกที่จะช่วยให้เราสามารถแสดงศักยภาพของเราในด้านจาระบี การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ได้มาใหม่นี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเติบโตโดยรวมของเรา และเป็นแรงผลักดันให้เกิดความสำเร็จทางการเงินต่อเราอีกเช่นกัน

การเป็นพันธมิตรกับลูกค้าเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน รูปแบบความใกล้ชิดกับลูกค้าของเควกเกอร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถของเราในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง และการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาด เราเชื่อมั่นในการเป็นพันธมิตรกับลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงในทุกระดับ และการให้ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นพิเศษ การทำเช่นนี้ได้สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งของเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากคู่แข่งบางรายได้ลดระดับการให้บริการลงเพื่อตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

ในปี พ.ศ. 2559 เราได้ให้ความสำคัญต่อรูปแบบความใกล้ชิดกับลูกค้าของเราในระดับใหม่ โดยการลงทุนในการพัฒนากระบวนการและเครื่องมือที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ร่วมงานที่ต้องเผชิญกับลูกค้าทุกราย เราเรียกกลยุทธ์นี้ว่า OneQuaker ด้วยความพยายามเช่นนี้เราได้รวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด หลักการและความคิดที่ได้ผลดีต่อเราด้วยแนวทางการจัดการแบบบัญชีเดียว OneQuaker ได้ดำเนินการในทุกภูมิภาคโดยมีพนักงานกว่า 400 คนที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นภาษาต่างๆ เจ็ดภาษา จนถึงเดือนตุลาคมปี 2559 OneQuaker ช่วยเพิ่มความสามารถในการเอาชนะ และเร่งการเติบโต เพราะการร่วมมือกันสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เควกเกอร์ได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานร่วมกันที่ดีขึ้นช่วยให้เพื่อนร่วมงานของเราอยู่ในสถานะที่ดียิ่งขึ้นกว่าที่เคย ในขณะที่คนเหล่านั้นมุ่งมั่นที่จะนำเสนอทางเลือกที่มีประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าของเรา ซึ่งเราจะเริ่มเห็นผลของการลงทุนในปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

การรับรู้คุณค่าของคนของเรา ความสำเร็จของเควกเกอร์ในปี พ.ศ. 2559 เป็นผลโดยตรงจากคุณภาพและความมุ่งมั่นของคนของเรา เราโชคดีที่ได้ดึงดูดผู้คนจากหลายๆ องค์กรที่นำเสนอวิธีการคิดและแนวทางต่างๆ ในการสร้างความท้าทายใหม่ๆ ในเวลาเดียวกันเควกเกอร์ได้รับประโยชน์จากอัตราการออกจากงานต่ำ ซึ่งมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระยะยาวที่เราตั้งใจจะสร้างขึ้นกับกับลูกค้า นี่เป็นวิธีการที่สมดุลสำหรับการทำงานของเราด้วยเช่นกัน ในตอนนี้เพื่อนร่วมงานทุกคนที่ทำงานกับลูกค้าได้รับการอบรมในด้าน OneQuaker แล้ว เราจึงมั่นใจได้ว่าคนเหล่านั้นจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้

มองไปข้างหน้า เมื่อเควกเกอร์เข้าสู่ปี พ.ศ. 2560 เราหวังว่าจะมีอนาคตที่สดใส เราคาดว่าจะเติบโตได้แม้จะมีความท้าทายอย่างต่อเนื่องหลายๆ อย่างในตลาดโลก เรามีอะไรที่ดีอยู่หลายประการคือ งบดุลที่แข็งแกร่ง รูปแบบธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว แนวทางการเติบโตอย่างสมดุล รวมไปถึงกลยุทธ์ที่หลากหลาย และพนักงานที่พร้อมจะพร้อมที่จะสร้างสรรค์ และสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับลูกค้า ผมมั่นใจในความสามารถของเควกเกอร์ที่จะรักษาประวัติการเติบโตของเราในหลายปีข้างหน้า

ด้วยความเคารพ

signature

 

Michael F. Barry
ไมเคิล เอฟ. แบรี่
ประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่